ใต้ตาคล้ำกับโรคภัยที่คุณอาจไม่เคยรู้

หลายคนอาจคิดว่าใต้ตาคล้ำเป็นเพียงผลจากการนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใต้ตาคล้ำอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะสุขภาพบางอย่างที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน เรามาดูกันว่าใต้ตาคล้ำเกี่ยวข้องกับโรคอะไรได้บ้าง และควรดูแลสุขภาพอย่างไรให้ใต้ตากลับมาสดใสอีกครั้ง

1. ภาวะโลหิตจาง (Anemia)

โลหิตจางเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก ส่งผลให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ลดลง รวมถึงบริเวณใต้ตาด้วย ส่งผลให้ใต้ตาดูหมองคล้ำและซีดเซียว

อาการอื่นที่พบร่วม: อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ผิวซีด หัวใจเต้นเร็ววิธีดูแล: รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เนื้อแดง ผักใบเขียว และควรทานร่วมกับวิตามินซีเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

2. ภูมิแพ้และไซนัสอักเสบ (Allergy & Sinusitis)

ผู้ที่มีอาการแพ้หรือไซนัสอักเสบเรื้อรังมักมีเส้นเลือดบริเวณใต้ตาขยายตัวและคั่งเลือด ส่งผลให้ใต้ตาดูคล้ำกว่าปกติ นอกจากนี้ การขยี้ตาบ่อย ๆ เนื่องจากอาการคัน ยังทำให้ผิวรอบดวงตาหมองคล้ำมากขึ้น

อาการอื่นที่พบร่วม: คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย คันตา

วิธีดูแล: หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หมั่นล้างจมูก และหากอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยารักษา

3. โรคไต (Kidney Disease)

โรคไตหรือภาวะไตเสื่อมสามารถทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและใบหน้า ทำให้ใต้ตาดูคล้ำและบวมได้

อาการอื่นที่พบร่วม: ปัสสาวะผิดปกติ ตัวบวม เหนื่อยง่าย ปวดหลังหรือปวดเอว

วิธีดูแล: ควบคุมการบริโภคเกลือและโปรตีนให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหมั่นตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ

4. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

เมื่อร่างกายขาดน้ำ ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวใต้ตาดูแห้งและคล้ำมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจทำให้เส้นเลือดใต้ตาเด่นชัดขึ้นอีกด้วย

อาการอื่นที่พบร่วม: ปากแห้ง เวียนศีรษะ ปัสสาวะสีเข้ม

วิธีดูแล: ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนซึ่งอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

5. โรคตับ (Liver Disease)

ตับทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย หากตับทำงานผิดปกติ อาจทำให้สารพิษสะสม ส่งผลให้ผิวพรรณหมองคล้ำรวมถึงบริเวณใต้ตาด้วย

อาการอื่นที่พบร่วม: ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย ท้องอืด

วิธีดูแล: หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงตับ เช่น ผักใบเขียว อะโวคาโด และดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นในตอนเช้า

6. ความเครียดและนอนไม่พอ (Stress & Sleep Deprivation)

ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้การไหลเวียนของเลือดแย่ลง เส้นเลือดใต้ตาขยายตัวและเกิดเป็นรอยคล้ำได้ง่าย

อาการอื่นที่พบร่วม: ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน ร่างกายอ่อนล้า

วิธีดูแล: นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น การทำสมาธิ หรือโยคะ

ใต้ตาคล้ำอาจเป็นมากกว่าปัญหาความงาม เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหรือภาวะสุขภาพบางอย่างได้ หากใต้ตาคล้ำเรื้อรังหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรสังเกตตัวเองและปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง นอกจากการดูแลสุขภาพโดยรวมแล้ว การใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาและการทำทรีตเมนต์ที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยให้ใต้ตากลับมาดูสดใสได้เช่นกัน

หากคุณมีปัญหาใต้ตาคล้ำที่แก้ไม่หาย อาจถึงเวลาที่ต้องใส่ใจสุขภาพภายในของคุณมากขึ้น! ????✨


ลักษณะรอยสิว รอยแผล และแผลเป็นประเภทต่างๆ พร้อมวิธีดูแล

รอยสิว รอยแผล และแผลเป็น เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย และแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน แผลเป็นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น สิว การบาดเจ็บ หรือการผ่าตัด ซึ่งแผลเป็นแต่ละประเภทมีโครงสร้างและลักษณะที่แตกต่างกัน บางประเภทอาจหายเองได้ ในขณะที่บางประเภทต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

การเข้าใจประเภทของรอยและแผลเป็นจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลได้อย่างถูกต้อง มาดูกันว่ามีประเภทใดบ้าง และควรดูแลอย่างไร

ประเภทของรอยสิวและวิธีดูแล


1. รอยแดง (Post-inflammatory Erythema - PIE)

เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวหลังจากการอักเสบ

มักพบในคนที่มีผิวขาวหรือผิวแพ้ง่ายวิธีดูแล:

วิธีดูแล:

  • ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือไนอาซินาไมด์

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป

  • เลเซอร์ลดรอยแดง เช่น IPL หรือ VBeam

2. รอยดำ (Post-inflammatory Hyperpigmentation - PIH)

  • เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินไปหลังจากการอักเสบ

  • พบได้บ่อยในคนที่มีผิวคล้ำ

วิธีดูแล:

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอาร์บูติน กรดโคจิก หรือไฮโดรควิโนน

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  • ใช้สารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือเรตินอล

3. รอยหลุมสิว (Atrophic Scars)

  • เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนในผิว ทำให้เกิดแผลเป็นเป็นหลุม

  • มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Boxcar, Rolling และ Ice Pick

วิธีดูแล:

  • ทาครีมที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เช่น เรตินอลหรือเปปไทด์

  • ทำทรีตเมนต์ทางการแพทย์ เช่น Microneedling, Fractional Laser หรือ Subcision

  • การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มรอยหลุมสิว

ใต้ตาคล้ำกับโรคภัยที่คุณอาจไม่เคยรู้

หลายคนอาจคิดว่าใต้ตาคล้ำเป็นเพียงผลจากการนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใต้ตาคล้ำอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะสุขภาพบางอย่างที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน เรามาดูกันว่าใต้ตาคล้ำเกี่ยวข้องกับโรคอะไรได้บ้าง และควรดูแลสุขภาพอย่างไรให้ใต้ตากลับม

รวมผลไม้ที่มีวิตามินสูง ช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดี

8 ปัจจัยสาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีแก้ไขแบบได้ผลจริง!

ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

Contact Us

AESphere Co., Ltd.
No. 1, Park Silom Building,
Room L12-L13, Floor L, Convent Road,
Silom Subdistrict, Bang Rak District,
Bangkok 10500, Thailand.

Tel. 0836922228

Open Daily 10AM - 8PM

Follow Us

VIDEO

เราคือที่ปรึกษาและผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
ที่มีครบทุกอย่างในที่เดียว!

กลมบ็อกซ์เราผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป ในรูปแบบพร้อมใช้ ทั้งปลีกและส่ง ผ่านทางเว็บไซต์ E-commerce และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของเรา! ไม่ว่าจะเป็นกล่องพิซซ่า, กล่องพัสดุ, แผ่นรองพิซซ่า, กล่องบ้าบิ่น, ถาดใส่แก้ว หรือถุงกระดาษ เรามีครบให้คุณเลือกสรร มีการจัดส่งที่รวดเร็ว

ARTICLE

ใต้ตาคล้ำกับโรคภัยที่คุณอาจไม่เคยรู้

หลายคนอาจคิดว่าใต้ตาคล้ำเป็นเพียงผลจากการนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใต้ตาคล้ำอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะสุขภาพบางอย่างที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน เรามาดูกันว่าใต้ตาคล้ำเกี่ยวข้องกับโรคอะไรได้บ้าง และควรดูแลสุขภาพอย่างไรให้ใต้ตากลับม

รวมผลไม้ที่มีวิตามินสูง ช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดี

8 ปัจจัยสาเหตุของใต้ตาคล้ำ พร้อมวิธีแก้ไขแบบได้ผลจริง!

ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

แสงแดดในชีวิตประจำวัน: 5 พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว

แสงแดดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา แต่คุณอาจไม่ทราบว่าบางพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอาจทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว